ISN'T : 1st
posted on 31 Mar 2008 12:53 by isn-t in Isn-t
ฉันไม่รู้ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
รู้แค่ตอนนี้
พื้นที่ตรงกลาง . . . ที่ว่าง . . . ระหว่างเราสองคน
มันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้น ของความรักที่กำลังจะจบสิ้น
“ เรา . . .หยุดแค่นี้เถอะ ”
.
.
.
.
แม้กระทั่งน้ำตา ก็ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว ต่อให้คาซึยะเปลี่ยนเป็นคาซึยะคนใหม่อีกกี่พันครั้งก็ไม่มีประโยชน์
เพราะว่าเรียว . . . จะไม่กลับมา . . .
บนทางเท้าริมถนน ท้องฟ้ายามเย็นสีแดงจัด เหมือนดวงอาทิตย์กำลังละลายลงบนพื้นหญ้า แต่ลมที่พัดมา กลับทำให้ดวงตาแห้งผาก
เรียวไม่ได้ยิ้ม หรือทำหน้าเศร้า
ไม่มีความรู้สึกรัก หรือรังเกียจ อยู่บนใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น
. . . ความรัก . . . ถ้าหากไม่รักษาให้ดี
สักวัน ก็อาจต้องเสียมันไป . . .
แม้ว่าเรา จะต้องการมันแค่ไหน อย่างนั้นน่ะเหรอ ?
ขอโทษ . . . อย่าไปนะ . . . ฉันรัก เรียว . . .
สมองที่เคยใช้คิดเรื่องร้ายกาจได้มากมาย มาตอนนี้ แค่จะหาสักคำเพื่อรั้งคนๆนึงเอาไว้ . . . ก็กลับทำไม่ได้
ที่บอกว่าชีวิตเรียวเป็นของฉัน
รู้ไหมจริงๆแล้ว คาซึย่ะน่ะ . . .
“ ความรัก ”
ก็แค่อวดเก่งไปอย่างนั้นเอง . . .
“ ตอนนี้ ฉันเจอมันแล้ว . . . แล้วก็หวังว่าสักวัน . . . คาซึยะจะหามันเจอเหมือนกัน ”
ความจริง แค่สิ่งเดียวที่คาซึยะเป็นก็คือคนอ่อนแอ
ที่พอจะทำได้เวลานี้ ก็แค่ยิ้ม เฝ้ามอง และรอเรียวเดินจากไปจนลับตา . . . ก็เท่านั้น
.
.
.
.
“ พอเลยนะจิน! ถ้ายังพูดต่อ ฉันจะ . . . ”
“ . . . จะยอมตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไข ”
ดวงตาคู่สวยขึงโกรธ เมื่ออีกคนยังทำท่าทะเล้นไม่เลิก . . . ช่างเถอะ ฮิโรกิย้ำกับตัวเองเป็นครั้งที่ล้าน เขาเบื่อกับคนพูดไม่รู้เรื่องอย่างจินเต็มทนแล้ว
“ นี่ จะไปไหนน่ะ? ”
ร่างสูงคว้าข้อมือเรียวที่กำลังจะฉวยกระเป๋าหนังสีน้ำตาลไปจากโต๊ะ
“ ไปให้พ้นๆ ”
ใบหน้าหวานหันกลับมาพูดเสียงเรียบ ปัดแขนออกจากพันธนาการ เดินออกจากห้องชมรมของจินไปไม่รอให้คนตัวโตได้ร้องโวยวายอะไรอีกทั้งนั้น
“ เดี๋ยวนี้ฮิโรจังขี้โมโหจังนะ ”
เสียงแจ่มใสของบุคคลที่สามที่นั่งดูมวยสดอยู่นานแล้วดังขึ้นขัดบรรยากาศ ยามะพีเท้าคาง รอจนจินนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ต่างจากตอนที่ฮิโรกิอยู่เมื่อกี๊ลิบลับ
“ มีเรื่องอะไรกันแน่ ”
ตาคมจ้องตอบดวงตากลมโตที่มองมาอย่างรู้ทัน เพราะความสนิท ไม่ว่าจินจะปวดหัวตัวร้อนหรือไม่มีเงินใช้ ยังไงก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตาของยามาชิตะ โทโมฮสะไปได้
“ . . . นิชิกิโด เรียว รู้จักไหม? ”
จินหันมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีฝุ่นจับหนา ตามด้วยเสียงถอนใจ . . . ถ้าไม่เพราะยามะพีถามขึ้นมา จินก็ไม่อยากพูดถึงชื่อนี้ให้ใครได้ยิน โดยเฉพาะตัวเอง
“ เรียว . . . ทำไม เขามาจีบฮิโระจังหรือไง ”
ยามะพีหัวเราะแกล้งแหย่ จินไม่ใช่คนขี้หึง ฮิโรกิน่ารักแถมยังใจดี วันๆมีคนมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งเยอะ ไม่เคยเห็นจินว่าอะไร ยามะพีแค่คิด ว่ามันคงไม่มีทางจะเป็นสาเหตุที่เจ้าตัวมาทำอารมณ์บูดบึ้งอยู่อย่างนี้ได้แน่
“ ก็แล้วถ้าใช่ . . . นายว่าฉันควรจะทำยังไง ? ”
เสียงทุ้มตอบกลับมา ความกังวลที่ขุ่นมัวอยู่ในดวงตาจินทำให้ยามะพีต้องชะงัก คิ้วเรียวขมวดมุ่น และยิ่งยิ้มไม่ออกยิ่งกว่าจินในตอนนี้เสียอีก
เรียว ?
นี่มันหมายความว่ายังไง !!?
.
.
.
.
เสียงหวานเศร้านั้น กลั่นออกมาจากท่วงทำนองที่ถูกบรรเลงขึ้นโดยข้อมือเรียวบาง ในโถงใหญ่ใต้หอดนตรี ราวกับว่าเสียงนั้นดังมาจากทุกทิศ
“ หยุด ”
ฮิโรกิหยุดโบว์หางม้าในมือตามคำสั่ง เงยหน้ามองคนตัวโตที่เพิ่งลุกออกไปจากเก้าอี้อีกตัวที่หันหลังชนกัน
“ คนเก่งนี่เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างกันหรือไง . . .รึเปล่า ฮิโรกิ? ”
“ ฮะ . . . ? ”
ฮิโรกิตอบ มองตามหัวหน้าชมรมดนตรีที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่เข้าใจ
“ พอจะบอกได้ไหม ว่านายเอาเวลาที่ฉันบอกให้ซ้อมไปทำอะไร ”
ไม่รู้ทำไม นิชิกิโด เรียว ถึงได้ชอบคอยบังคับจับผิดเขานัก ถ้าต้องมาโกรธเกรี้ยวใส่กันทุกครั้ง แล้วยังจะมานั่งมองหน้ากันทุกวันให้มันได้อะไรขึ้นมา
“ ผมไม่ได้เก่ง ”
“ ความจริงแล้ว ไม่ดีพอให้รุ่นพี่ต้องมาใส่ใจด้วยซ้ำ ”
ร่างบางยกเชลโล่ออกจากตัว ไม่เหลือสมาธิจะเล่นเพลงใดๆได้ ไม่รู้ทำไม ใครๆถึงชอบหาเรื่องเขากันนัก
“ อ๊ะ! ”
ข้อมือบาง ที่ถูกจินจับ . . . ฮิโรกิเพิ่งรู้ว่ามันเจ็บ ก็จนเมื่อถูกมือใหญ่ของอีกคนบีบไว้แน่น ในตอนนี้
ร่างโปร่งบางรั้งตัวเองเต็มที่ไม่ให้ปลิวไปตามแรงกระชาก แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อลืมตาขึ้น ฮิโรกิก็พบว่า ใบหน้าของตัวเอง อยู่ห่างจากเรียว แค่ลมหายใจกั้นเท่านั้น
อย่าได้สบตาใคร ท่ามกลางความเงียบ ที่เคล้าคลอแค่เพียงเสียงลมหายใจเช่นนี้
ฮิโรกิอาจปฏิเสธความรู้สึกผิดแปลกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจได้ . . . หากแต่กับดวงตาสีดำสนิทที่กำลังมองมา มันราวกับว่าทั้งร่าง กำลังถูกผูกรัด ด้วยเงื่อนที่อาจไม่มีวันคลายออก
.
.
.
.
สัญญาณไฟสีแดง หยุดเราทั้งคู่ไว้บนถนนสายหลักที่รถบางตา
ท่าทางของฮิโรกิดูเหนื่อยล้า คงเพราะใกล้วันแข่งเต็มที ใบหน้าหวานหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ความเงียบ ทำให้รู้สึกราวกับเราอยู่คนละโลก
ดวงตาคมได้แต่เฝ้ามองปลายผมสีน้ำตาลอ่อนคลอเคลียต้นคอขาว . . . บางอย่างเปลี่ยนไป จินรับรู้ได้ แม้ขณะที่มองเห็นได้เพียงภาพเดิมภาพนั้น
ฮิโรกิในตอนนี้ คล้ายภาพวาดสีน้ำมัน ที่ถูกวาดซ้ำจากภาพเดิม ต่อให้ศิลปินเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่เคยมีได้
จินได้แต่ปล่อยให้ความเงียบกัดกร่อนเวลาอันยาวนาน ให้หดหายไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า
นิชิกิโด เรียว
ข่าวลือ . . . ทำลายชีวิตคนมากมาย ทั้งที่เคยเชื่อว่าตัวเองฉลาดพอจะไม่หลงงมงายไปกับคำพูดที่เบาเหมือนฝุ่นพวกนั้น
แต่เพราะอะไร มาเวลานี้ จินถึงได้กังวลใจจนแทบคลั่ง
ผู้ชายคนนั้นสำคัญยังไงกับนาย . . . ฮิโรกิ?
“ อ๊ะ นั่นรุ่นพี่นิชิกิโดกับ . . . ”
เสียงหวานดังขึ้นคล้ายประหลาดใจ ลุกขึ้นมานั่งตัวตรง เกาะกระจกมองออกไปตรงทางเท้าที่ริมถนน
. . . นิชิกิโด เรียว . . .
มือขาวจัดบีบพวงมาลัยแน่น . . . นี่มันลางบอกเหตุหรือยังไง
“ นิชิกิโด . . . คนที่มาจีบนายน่ะเหรอ ”
จินหลุดคำพูดที่ปะปนไปด้วยน้ำเสียงประชดประชันโดยไม่ตั้งใจ ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมาด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า แทบจะเป็นคนละคน
“ พูดอะไรน่ะจิน อย่ามาหาเรื่องนะ ”
ร่างสูงนิ่งมองไปยังถนนเบื้องหน้า ไม่อยากเห็น แค่ฟังเสียง ก็รู้ว่าคิ้วเรียวคงกำลังขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจแค่ไหน
แต่มันเพราะอะไรกันล่ะ . . . ?
“ รุ่นพี่เป็นหัวหน้าชมรมดนตรี เราซ้อมด้วยกันก็แค่นั้น แล้วอีกอย่าง เขาก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย . . . นั่นไง ”
ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไม ถึงต้องอธิบายเสียยืดยาว แค่จินจะหาเรื่องมากวนน้ำให้ขุ่นเหมือนทุกทีก็เท่านั้น
ร่างบางกระแทกหลังลงกับเบาะนั่ง บอกกับตัวเอง ว่าที่กำลังหงุดหงิดอยู่ตอนนี้ . . .เป็นเพราะจิน
. . . ดวงไฟดับ แล้วสลับสีเปิดทาง
ฮิโรกิเลิกสนใจทุกอย่างรอบกายรวมทั้งจิน รถยนต์สีดำออกตัวเชื่องช้า แค่เสี้ยวนาทีที่คนขับหันมองกระจกซ้าย
ภาพสะท้อนของคนสองคนบนทางเท้า
ใบหน้าสวยที่แสนเศร้าของใครอีกคนนั้น ยังคงติดตรึง อยู่ในห้วงความคิดของจินไปตลอดทาง
.
.
.
.
ฝ่าเท้าก้าวไปไม่ไวอย่างใจคิด
ผิวสีน้ำผึ้งโผล่พ้นเสื้อเชิ้ตขาวที่ถูกพับขึ้นไป พาร่างโปร่งบางเร่งผ่านเส้นทางที่คุ้นเคย ความห่วงใย ทำให้รอยยิ้มที่เคยมีเสมอเลือนหายไปจนหมดสิ้น
ยังจำได้ไหม
ฉันน่ะ
ยอมทิ้งได้ทุกอย่างก็เพื่อคนๆเดียวเท่านั้น
.
.
.
“ ฉันเชื่อตาตัวเอง สีหน้าเด็กคนนั้น . . . ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเกิดอะไร ”
น้ำเสียงจินแผ่วลงเหมือนเหนื่อยอ่อน เย็นวันนั้น ความรู้สึกนั้น ยังชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้น ยามะพีถอนใจ มองใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่คนสนิทที่ไม่เหลือเค้าความขี้เล่นให้เห็นอีกแล้ว
“ เขาเลิกกัน . . . แล้วมันเดือดร้อนอะไรนายล่ะ? ”
ยามะพีควานมือลงในถุงขนมจากร้านสะดวกซื้อ ควานหาของชอบไม่มีท่าทีใส่ใจ ในเวลาเดียวกันกับที่อีกคนกำลังหงุดหงิดงุ่นง่านจนทำอะไรไม่ถูก
ดวงตากลมโตเหลือบมอง
เดือดร้อนอะไรอย่างนั้นเหรอ? . . . ก็รู้ดีอยู่เต็มอก
ทั้งเหนื่อยทั้งสับสน จนเกินกว่าที่จินจะต่อปากต่อคำกับยามะพีได้อย่างทุกครั้ง
“ ฉันรู้จักหมอนั่น ”
“ คนอย่างนิชิกิโด เรียว ไม่เสียเวลามาจีบใครเล่นๆหรอก ”
นิ้วเรียวฉีกขนมปังชิ้นเล็กๆเข้าปาก สบตากับจินที่กำลังมองกลับมาเช่นกัน
“ หมายความว่ายังไง? ”
จินอยากจะเชื่อเหลือเกิน ว่านี่อาจเป็นความหวังเพียงเล็กน้อยที่เขาพอมี ถ้าหากว่าข่าวลือพวกนั้นเป็นแค่เรื่องที่เชื่อไม่ได้
“ ก็หมายความว่า . . . ”
และที่ฮิโรกิเปลี่ยนไป ไม่ได้มีสาเหตุมาจากนิชิกิโด เรียว
“ หมอนั่นเอาจริงน่ะสิ ”
.
.
.
ร่างโปร่งบางหยุดยืนหอบอยู่หน้าประตูรั้ว
เฝ้าโกหกตัวเองซ้ำๆ ว่าสิ่งที่พูดกับจินไปนั้นเชื่อไม่ได้ นิสัยของเรียว ความคิดของหมอนั่นเป็นยังไง ยามะพีไม่เคยรู้!
“ โทโมะจัง ”
ผู้หญิงที่เคยสวยที่สุดคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ริ้วรอยบนผิวละเอียดเช่นเดียวกันกับคาซึยะปรากฏเพิ่มขึ้นตามวัยอันเหมาะสม สองมือผอมบางปิดป้องริมฝีปาก ดวงตาที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนนั้นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำขณะที่เอ่ยเรียกด้วยความประหลาดใจ
“ คุณน้าฮะ คาซึยะ . . . ”
หากความหวังมีอยู่เพียงน้อยนิด ความรู้สึกหมองเศร้าที่แสดงออกมาจากใบหน้านั้นก็คงทำลายมันจนหมดสิ้นแล้ว
หญิงวัยกลางคนหันหลัง เดินนำเด็กหนุ่มไปอย่างเงียบเชียบจนถึงหน้าประตูห้องสีขาวที่ถูกปิดล็อคไว้
“ นานเท่าไหร่แล้วฮะ ”
ร่างโปร่งบางแค่เพียงมองนิ่ง . . . หลังประตูบานนี้ คือคนที่ยามะพีห่วงใยเสียยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง
คาซึยะ . . .
“ สองวันแล้วจ้ะ . . . โล่งใจจริงๆที่โทโมะจังมา ”
ยิ้มบางๆ ทั้งความหม่นหมองด้วยห่วงกังวลและคลายใจ ปนเปสับสนกันจนแทบควบคุมไม่ได้ ดวงตาอ่อนล้า ถ่ายทอดความหวังเดียวไว้กับเด็กหนุ่มซึ่งเชื่อได้ว่าจะสามารถทะลายกำแพงที่คาซึยะก่อมันขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกเช่นในเวลานี้ได้
ผู้เป็นแม่ก้มศีรษะลงน้อยๆ ก่อนหันหลังเดินจากไป
ประตูที่ถูกล็อคจากภายใน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะเปิดมันออกได้
. . . กุญแจ . . .
.
.
.
“ ความลับ ”
ยามะพีก้มลงมองกุญแจดอกหนึ่งที่มือเล็กยื่นส่งให้ สลับกับใบหน้าเรียวสวยที่เปิดเผยรอยยิ้มสดใสมองมา
“ ความลับ? ”
ในห้องนอนสีขาวที่คุ้นเคย ยามะพีจดจำได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้เพียงเล็กน้อย . . . ห้องนอน ของคาซึยะ
“ ความลับของเรา ยกให้โทโมะ . . . ต่อไปนี้โทโมะจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ”
ผิวแก้มบางเปลี่ยนเป็นสีเรื่อยน้อยๆเมื่อจบคำ
ดวงตากลมโตจ้องมองเพื่อนร่างเล็กบางนิ่ง เนิ่นนาน ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นแววตาหยอกล้อให้อีกคนขัดเขินจนต้องหลุดเสียงหัวเราะออกมา
เสียงหัวเราะ ดังประสานกันอยู่ภายในห้องเล็กๆ
. . . ยามะพี คนสำคัญ ของคาซึยะ
ในโลกนี้ไม่มีความลับใด ไม่มีเรื่องไหนที่คาซึยะจำเป็นต้องปิดบังเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนคนนี้
คาซึยะ . . . คนสำคัญของยามะพี
ทว่าในโลกนี้ . . . มีความลับมากมายเหลือเกินที่ยามะพี จำเป็นต้องปิดบัง
.
.
.
นานแค่ไหนที่ทอดทิ้งให้ปวดร้าวอยู่เพียงลำพัง
ร่างเล็กบอบบางกอดตัวเองอยู่ตรงปลายเตียง ใบหน้าสวยที่ยามะพีกลัวจะต้องเห็นว่ากำลังหมองเศร้าเพียงใด เหม่อมองออกไปยังภายนอกระเบียงที่มีเพียงประตูกระจกกั้น
ผิวขาว ขาวจัดราวกับไร้ชีวิต
“ คาซึยะ ”
สัมผัสไหล่เล็กแผ่วเบา . . . แต่ร่างบาง กลับสะดุ้งผวาหันมองคล้ายเสียขวัญ ต้องกัดริมฝีปากจนเจ็บ เพื่อข่มความปวดร้าวที่แล่นขึ้นมาในอกยามที่เห็นภาพนั้น
ฉันเอง โทโมฮิสะไงล่ะคาซึยะ . . . ฉันเอง . . .
“ ไม่รัก ”
ครั้งแรก เสียงหวานแหบแห้งฟังดูเลื่อนลอยราวกับกำลังละเมออยู่ในความฝัน แต่แล้ว . . . ตรงขอบตาบอบช้ำ
ความปวดร้าวมากมาย ก็รินไหล พรั่งพรูออกมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้อย่างทรมาน
“ . . . เรียว ฮึก . . . โทโมะ เรียวน่ะ . . . ”
ทรุดลงกอดรัดร่างน้อยรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ . . . กอดแน่น . . . แรงสะอื้นในอ้อมแขนยิ่งหนักหนาสาหัสรุนแรงจนยามะพีต้องซบหน้าลงบนต้นคอขาวอย่างทรมานใจ
รักแรก . . . มันช่างเจ็บปวด
มือบางกำจิกไหล่ของยามะพี เล็บคมฝังลงบนผิวเนื้อย่างไม่ตั้งใจ ยามที่เสียงร่ำไห้ฟังคล้ายเสียงกรีดร้องจากหัวใจดวงน้อยที่กำลังแตกสลาย
. . . ความผิดฉันเองทั้งหมด ที่พาเรียวมาพบคาซึยะ
ความผิดฉัน ที่พร่ำบอกให้คาซึยะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเรียว
ความรัก ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
มันคือความผิดของฉัน . . . ที่จงใจผลักไสคาซึยะไปให้คนอื่น
ทั้งที่รู้
คาซึยะยังอ่อนบางเกินไป สำหรับความรัก . . .ยังอ่อนแอเกินไป สำหรับพิษร้ายของมัน ที่พร้อมจะกลับมาทำร้ายไม่ว่าใครก็ตามที่อยากจะครอบครองมัน ได้ตลอดเวลา
“ ร้องออกมาเถอะคาซึยะ ”
สิ่งที่ทำให้เจ็บจนร้าวไปทั้งใจ . . . ปล่อยมันออกมา
แล้วถ้าเหนื่อย ก็หลับตาซะ
โทโมฮิสะจะอยู่ตรงนี้ ไม่หนีไปไหน
ก็สัญญากันแล้ว . . . ไม่ใช่เหรอ
.
.
.
เปลือกตาบางปิดลง พร้อมเสียงจากริมฝีปากที่พร่ำเรียกหาใครคนนั้น ค่อยๆแผ่วเบา . . . และเงียบหาย
ประคองเรียวแขน วางศีรษะเล็กลงกับหมอนนุ่ม เกลี่ยปลายผมนุ่มให้พ้นใบหน้าเรียวสวยที่ยังจำได้ดีว่าเคยสดใสเพียงใด . . . เวลานี้ ที่ผิวแก้มอ่อนบางต้องเปรอะเปื้อน
ก็เพราะว่า รัก . . . อย่างนั้นใช่ไหม
.
.
.
“ โทมะ ”
“ หืม? ”
“ ถ้าเรามีความรัก โทโมะจะว่าไง ”
“ เด็กแก่แดด ตัวแค่นี้จะไปมีความรักกับใครกันห๊ะ? ”
“ โทโมะอยากรู้ไหมล่ะ . . . ”
ความรัก . . . งั้นเหรอ
น่าตลกชะมัด
